คุณคิดอย่างไรเมื่อได้อ่าน..

คุณล่ะคิดยังไง  ลองอ่านดู

อาหารรสเลิศ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีมหาเศรษฐีคนหนึ่ง มีนิสัยตระหนี่ ขี้เหนียวมาก ที่สำคัญชอบเพ่งโทษคนอื่น  ตั้งแต่เกิดจนแก่เศรษฐีไม่เคยชื่นชมใครเลย    ความนีได้ล่วงรู้ถึงพระเซน ด้วยกระจิตที่เปลี่ยมไปด้วยเมตตา ดังนั้นรุุ่งเช้าท่านจึงไปบิณฑบาตรโปรดมหาเศรษฐีถึงบ้าน เพื่อให้เศรษฐีคลาย ทิฐิมานะลงพระเซนบิณฑบาตรติดๆกันอย่างนี้ถึงสามวันก็ไม่ได…้อะไรเลย มหาเศรษฐีไม่ใส่บาตรเลย จนกระทั่งถึงวันที่สี่ขณะที่พระเซนกำลังบิณฑบาตรอยู่นั้น มหาเศรษฐีก็พูดขึ้นว่า
มหาเศรษฐี : พระจอมขี้เกียจ ไม่ยอมทำมาหากิน มาทำอะไรที่นี่ ท่านไม่มีทางได้อะไรจากเราหรอก
พระ เซนยืนนิ่งสักครู่แล้วพูดขึ้นว่า ” ได้ซิ อย่างน้อยวันนี้ก็ได้คำพูดจากท่าน”
มหาเศรษฐีช้ำใจที่ด่าแล้วพระไม่ โกรธ จึงเพิ่มคำด่าให้แรงขึ้นว่า ” คำพูดที่เป็นคำด่า ท่านชอบเหรอ ได้เราจะด่าให้อีก เจ้าพระหัวโล้น เจ้าพระขี้ขอ เจ้าพระฯลฯ จิปาถะคำด่า ”
มหา เศรษฐี : ไงละ ไม่พูดอะไรเลย ท่านยอมแพ้ข้าแล้วใช่ไหมละ
พระเซนนิ่ง คิดสักครู่ก่อนจะพูดว่า ” ช้าก่อนมหาเศรษฐี  ก่อนที่เราจะตอบท่านเราขอถามท่านสักนิดได้ไหม เราได้ยินมาว่าท่านเป็นผู้มีปัญญามาก คงแก้ปัญหานี้ได้ ”
มหา เศรษฐีได้ฟังแล้วปานว่าตัวจะลอย ” ได้ซิ ถามมาเลย ”
พระเซน : หากท่านทำอาหารอันเลิศรส แล้วเชื้อเชิญญาติมาบริโภคอาหาร หากญาติเหล่านั้นไม่บริโภคอาหารเลย ท่านจะทำอย่างไร
มหา เศรษฐี : ถามโง่ๆ ข้าก็บริโภคเองนะซิ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ
พระเซนนิ่งเงียบ สักครู่ก่อนจะพูดขึ้นว่า ” เช่นกัน คำด่าของท่าน  เราไม่ถือเอา ท่านก็จะเป็นผู้บริโภคเอง ”
มหาเศรษฐีอึ้งและจุก จนแน่นหน้าอกเลยทีเดียว พูดอะไรไม่ออก เพราะโดนเต็มๆ ได้แต่ยืนนิ่งฟัง หลังจากนั้นพระเซนพูดต่อไปว่า ” ผู้ที่ชอบเพ่งโทษคนอื่น เป็นบุคคลที่น่าสงสารอย่างยิ่ง เพราะในขณะที่เขาเพ่งโทษคนอื่น จิตใจของเขาเล่าร้อน เผารนตนเอง แต่คนที่ถูกเขาเพ่งโทษกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ”
ด้วยบทธรรมอันนี้เองมหา เศรษฐีก็ได้คลายมานะทิฐิลงขอบคุณเรื่องเล่าจาก fb ชาญณรงค์ วิเศษสัตย์ ครูนอกกะลา

……………………………………………………….
ข้อคิดจากการอ่าน
” ความปรารถนาอันบริสุทธิ์จะทำให้จัดการกับสิ่งที่มากระทบได้อย่างแยบคาย”
พรชนก พรมอารักษ์

5 ความเห็น (+add yours?)

  1. librarysk5
    มิ.ย. 17, 2011 @ 16:34:03

    ชอบเรื่องเศรษฐีจอมตระหนี่มาก สอนให้เรารู้ว่าควรมองการกระทำ
    ตนเองให้มากๆก่อนที่จะมองคนอื่น

    ตอบกลับ

  2. konyai1
    มิ.ย. 17, 2011 @ 17:33:40

    การที่เราโกรธคนอื่นเหมือนจุดไฟเผาตัวเอง ยิ่งถ้าเขาไม่โต้ตอบ ยิ่งทำให้ตัวเราแย่ลง

    ตอบกลับ

  3. Ronakrid Nopakunwong
    ม.ค. 31, 2012 @ 14:36:00

    ดีมากเลยคะ ขอprint ไปให้ลูกอ่านนะคะ ขอบคุณมากคะ

    ตอบกลับ

  4. กัลยรัตน์
    พ.ค. 15, 2012 @ 21:14:57

    ดีมากคะ เพราะการที่เราโกรธใครมันไม่ดีเลยและทำให้ตัวเราย้ำแย่ลงอีก

    ตอบกลับ

  5. SOMCHIT
    ม.ค. 26, 2013 @ 15:03:53

    ได้ใจจริงๆ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

facebook Sornor Toom

%d bloggers like this: