ตั้งคำถามในชั้นเรียนอย่างไรให้เด็กอยากตอบ

20140118111813
ที่มา : 
http://www.myfirstbrain.com/

การตั้งคำถามในชั้นเรียนและให้นักเรียนตอบคำถามนั้น เด็กนักเรียนหลายคนอาจจะมองว่า รู้สึกอายจังเลยถ้าคำถามที่ครูถามแล้วตัวเองนั้นตอบไม่ได้ จนสุดท้ายทำให้กลายเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจและรู้สึกกลัวทุกครั้งที่โดนให้ตอบคำถาม โดยในวันนี้ผมมีเทคนิคและกลยุทธ์มาฝากคุณครูในหัวข้อ  ตั้งคำถามในชั้นเรียนอย่างไรให้เด็กอยากตอบ

โดยการตั้งคำถามที่ดีนั้น จะช่วยฝึกทั้งทักษะความคิด และช่วยสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทั้งตัวผู้ตั้งคำถามและตัวผู้ตอบ และยังช่วยสร้างเสริมนิสัยให้อยากเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และประเภทของคำถามนั้นอยู่ 2 ระดับ คือ

1.คำถามระดับต่ำคือ การถามถึงข้อมูลที่บันทึกอยู่ในความจำ เช่น กรุงเทพมหานครมีอายุทั้งกี่ปีใครคือ บิดาแห่งการเกษตรของไทย เป็นต้น

2.คำถามระดับสูง คือ คำถามที่ไม่ใช่คำถามแบบท่องจำ ต้องทำให้เกิดกระบวนการสร้างข้อมูลใหม่ขึ้นมา โดยคำถามนั้นต้องให้ผู้ตอบสามารถนำมาประยุกต์ใช้วิเคราะห์และประเมินข้อมูลได้ และคำถามระดับสูงยังแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ คำถามที่ต้องการให้อธิบาย กับ คำถามที่ต้องใช้การเปรียบเทียบ
เทคนิคและวิธีการตั้งคำถาม
คุณครูควรต้องเริ่มจากการตั้งคำถามระดับต่ำก่อนเป็นคำถามที่เด็กส่วนใหญ่ในชั้นเรียนสามารถตอบได้ เมื่อนักเรียนตอบคำถามถูกควรใช้ภาษาท่าทาง เช่น ยิ้ม พยักหน้า และเริ่มถามคำถามที่ยากและซับซ้อนเข้าไปยิ่งกรณีที่ไม่มีใครตอบคำถามได้ให้ลองเปลี่ยนคำถามให้ง่ายขึ้นการเดิม และในกรณีที่นักเรียนเป็นคนถามแล้วคุณครูไม่เข้าใจอาจจะใช้วิธีลองให้ผู้เรียนคนอื่น ๆ ช่วยอธิบายคำถามซึ่งจะเป็นการทำให้ผู้เรียนในชั้นมีส่วนรวมด้วย ที่สำคัญที่สุดคุณครูควรหลีกเลี่ยงการตั้งคำถามแบบท่องจำควรจะค่อย ๆ พัฒนาทักษะและวิเคราะห์การคิดของนักเรียนด้วย
และยังมีเทคนิคอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่จะสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ในห้องเรียนและกลยุทธ์ในการตั้งคำถาม เช่น
– สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายในชั้นเรียน กระตุ้นชั้นเรียนให้คึกคักด้วยคำถาม
– คุณครูพูดให้น้อยลงตั้งคำถามให้มากขึ้น
-ตั้งคำถามที่ให้เด็กสามารถตอบแบบใช้ความคิดส่วนตัว
– ลดคำถามประเภท ใช่ ไม่ใช่
– อย่าปลอดให้ห้องเรียนเงียบจนเกินไป
– ช่วยเด็กในการปรับปรุงการตั้งคำถาม
– ตั้งคำถามให้เหมาะสมกับวัยเรียน
– ตั้งคำถามให้หลากหลายเพื่อให้ค้นพบความสามารถพิเศษของเด็ก

ที่กล่าวมาข้างต้น มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคุณครูในการที่จะดึงประสิทธิภาพ ความรู้ความสามารถของนักเรียนรวมถึงคุณครูจะได้จัดเป้าหมายการวางแผนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ได้รับมอบหมายมา
ที่มา : http://www.myfirstbrain.com/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

facebook Sornor Toom

%d bloggers like this: